ประโยชน์ของมดแดง และวิธีการเลี้ยงมด

มดแดง มดแดงตัวนิดๆ

แต่ความรู้เรื่องมดแดงและไข่ของมดแดงไม่นิดไปด้วย เริ่มจาก คุณค่าทางอาหารของไข่มดแดง เรื่องนี้ได้ความรู้จากข้อเขียนของ พ.ญ.ลลิตา ธีระสิริ ผู้เชี่ยวชาญธรรมชาติบำบัดว่า ไข่มดแดงที่ชาวบ้านเอามากินหมายถึงไข่ผสมกับตัวอ่อนระยะดักแด้ของมดงานและมดราชินีซึ่งจะมีเม็ดใหญ่สีขาวถึงชมพูอ่อน ขณะที่ดักแด้ของมดงานและมดตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าคือประมาณ 5 ม.ม. แต่ของมดราชินีจะใหญ่ขนาดแคปซูลยา ยาวประมาณ 1 ซ.ม. ชาวบ้านทางเหนือเรียกไข่แบบนี้ว่า เต้ง ทางอีสานเรียก แม่เป้ง ถ้ามดแดงรังไหนมีไข่ใหญ่แบบนี้มากๆ ก็จะอร่อยกว่า

สำหรับคุณค่าทางอาหารของไข่มดแดงตามตัวเลขของกรมอนามัยคือ มีโปรตีนสูง 8.2 กรัม/100 กรัมของไข่มด นับว่ามีมากพอสมควร ส่วนไขมันในไข่มดแดงจะน้อยกว่าในไข่ไก่มาก มีเพียง 2.6 กรัมเท่านั้น เทียบกับในไข่ไก่ซึ่งมีมากถึง 11.7 กรัม แคลอรีจากไข่มดแดงจึงน้อยกว่าไข่ไก่

fun88

ประโยชน์ของมดแดง สรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

  1. ใช้เป็นอาหาร ได้จากไข่ และตัวมดแดง มดแดงมีกรดน้ำส้ม ให้รสเปรี้ยว มีคุณสมบัติเป็นกรด ใช้แทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชู ให้รสชาติอร่อยกลมกล่อม รายการอาหารที่ได้จากมดแดงและไข่มดแดง ได้แก่ ยำไข่มดแดง ก้อยไข่มดแดง ห่อหมกไข่มดแดง ต้มยำปลาช่อนไข่มด แดง แกงขี้เหล็กไข่มดแดง ทอดไข่ยัดไส้ เป็นต้น
  2. ใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ดังนี้
    2.1 ใช้สูดดม แก้ลมวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย โดยนำมดแดงมาขยำแล้วสูดดม
    2.2 แก้ท้องร่วง เอาเนื้อไก่พื้นบ้านแหย่เข้าไปในรังมดแดง เมื่อมดแดงกัดเนื้อไก่ได้ปริมาณมาก
    ดึงออกมาแล้วใช้มือขยำ นำไปย่างไฟให้สุก กินขณะที่ยังร้อน อาการท้องร่วงจะบรรเทาและหายไป
    2.3 แก้ท้องผูก นำมดแดงมาต้ม ใส่น้ำสะอาด 1-2 ถ้วย พอเดือดยกลง แต่งรสโดยใช้เกลือพอเหมาะ
    กรองด้วยผ้าขาวบาง ดื่มทันที
    2.4ใช้ลบรอยไฝหรือขี้แมลงวัน โดยจับเอาตัวมดแดงกัดตรงเม็ดไฝ ให้มันฉี่ใส่ ถ้าไฝเม็ดโต
    ให้กัดหลายตัวพร้อมกัน ด้วยฤทธิ์ของน้ำกรด ไฝจะบวมและเปื่อย ละลายเอาสีดำไหลออกมา
    เมื่อแผลหายจะไม่ปรากฏเม็ดไฝอีก มีเพียงรอยแผลเป็นเล็กน้อยเท่านั้น
    2.5ใช้แก้โรควูบ นำรังมดแดงร้างที่เกิดจากต้นคูนมาใส่หม้อนึ่ง ต้มให้เดือดแล้วใช้ผ้าคลุมศีรษะ
    อังกับไอน้ำเดือด สูดเอาไอร้อน ทำประจำ ที่เป็นโรควูบจะอาการดีขึ้นและหายไปในที่สุด
  3. ใช้กำจัดศัตรูพืช ต้นผลไม้ต่างๆ พืชผัก เช่น บวบ ถั่วฝักยาว แตงร้าน หากมีมดแดงอาศัยอยู่จะปราศจากหนอน แมลง เพลี้ย รบกวน เพราะมดแดงจะจัดการนำไปเป็นอาหารจนหมดสิ้น ต้นมะม่วงที่มีปัญหาเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยแป้งในต้นมะขาม หากนำมดแดงไปเลี้ยงเอาไว้จะหมดปัญหา ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการกำจัดศัตรูพืชและปลอดสารพิษด้วย
  4. ให้ความเพลิดเพลิน ผู้ที่เลี้ยงมดแดงจะมีความเพลิดเพลิน ไม่เคร่งเครียด มดแดงจะช่วยให้ผ่อนคลายจากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรม การดำรงชีวิตของมัน ซึ่งผู้ที่เลี้ยงมดแดงทุกคนจะสัมผัสได้

 

การเลี้ยงมดแดง

มีคำตอบจากอาจารย์ปราสาท สอนรมย์ ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหนองกกคูณ นครพนม ที่เคยเสนอโครงงานการเลี้ยงมดแดง เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ว่า การเตรียมความพร้อมของสถานที่ที่จะเลี้ยงมดแดงนับเป็นขั้นตอนแรก และจากความจริงที่ว่ามดแดงชอบสร้างรังบนต้นไม้ที่ยังมีชีวิต เพราะต้องอาศัยใบไม้ ต้นไม้ที่มดแดงชอบสร้างรัง ได้แก่ ต้นไม้ที่มีใบหนา อ่อนนุ่ม เป็นมันวาว ใบดก ไม่ผลัดใบง่าย เช่น ต้นหว้า สะเม็ก ชมพู่ จิก รัง มะม่วง ลำไย เป็นต้น

เมื่อได้ต้นไม้แล้ว เรื่องสำคัญยิ่งคือตรวจดูต้นไม้เหล่านั้นว่า มีมดดำ หรือมดไฮ อาศัยอยู่หรือไม่ ทั้งคู่เป็นศัตรูของมดแดง ถ้าพบว่ามีอาศัยอยู่ให้พ่นด้วยน้ำสะเดา หรือน้ำตะไคร้หอม ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ใช้กำจัดมดได้ เมื่อมดดำหรือมดไฮหนีไปที่อื่นแล้วจึงนำมดแดงมาเลี้ยงได้ แต่ก่อนจะนำมดแดงมาปล่อยเลี้ยง ควรจัดที่ให้น้ำ ให้อาหาร ติดตั้งเอาไว้เสียก่อน ดังนี้

  1. ที่ให้อาหาร ใช้กะลามะพร้าว หรือไม้ไผ่ผ่าซีก หรือใบไม้แห้ง หรือแผ่นตะแกรงลวดตาถี่ นำมาดัดแปลงตาม ความเหมาะสม ควรเป็นวัสดุที่ไม่ขังน้ำเพื่อป้องกันอาหารเน่าเสีย ใช้ตะปูตอกวัสดุดังกล่าวติดกับต้นไม้ให้สูงจากพื้นดินไม่เกิน ๒ เมตร แล้วนำอาหาร เช่น แมลง เศษเนื้อ เศษปลา ก้างปลา กระดูกไก่ มาวางไว้ มดแดงจะทยอยกันมากัด แทะ เล็ม และคาบไปสะสมเป็นอาหารต่อไป
  2. ที่ให้น้ำ มีความสำคัญกว่าที่ให้อาหาร เนื่องจากมดแดงชอบกินน้ำมาก จะเห็นได้จากมดแดงตามธรรมชาติมักสร้างรังอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ เช่น ลำห้วย หนองน้ำ เพื่อการดำรงชีวิตของมัน ใช้กะลามะพร้าว กระป๋องนม กระบอกไม้ไผ่ผ่าซีก ขวดน้ำพลาสติก ฯลฯ มาดัดแปลงตอกติดกับต้นไม้ สูงจากพื้นดินไม่เกิน 1.50 เมตร บรรจุน้ำ และนำกิ่งไม้หยั่งเอาไว้ มดแดงจะทยอยเดินมากินน้ำตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าที่ให้น้ำสกปรกควรล้างทำความสะอาดอยู่เสมอ

 

การจัดทำทางเดินมดแดง  → → ในการหาอาหาร มดแดงจะเดินทางไปรอบๆ ที่อยู่ของมัน เพื่อหาอาหารไปป้อนตัวอ่อน ตลอดจนไปมาหาสู่กัน หรือไปสำรวจที่สร้างรังใหม่ ดังนั้น เพื่อให้มดแดงเดินทางโดยสะดวก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน มดแดงจะเดินทางด้วยความลำบากอย่างยิ่ง เพราะพื้นดินเปียกแฉะและมีหญ้าขึ้นรกรุงรัง หากผู้เลี้ยงมดแดงจัดทำทางเดินให้นอกจากจะไม่ทำให้มดแดงหลงทางแล้ว ยังเป็นการย่นระยะทาง ย่นเวลาได้อีกด้วย การจัดทำทางเดินให้มดแดงใช้เศษวัสดุจำพวกเชือก ไนลอน เส้นลวดตากผ้า สายไฟเก่า ไม้ไผ่ หรือ เถาวัลย์ นำมาผูกขึงเชื่อมระหว่างต้นไม้ มดแดงจะเลือกเส้นทางนี้เดินไปมาระหว่างต้นไม้ ทำให้เกิดความปลอดภัย สามารถขยายรังและเพิ่มประชากรมดแดงได้เร็วขึ้น ทางเดินของมดแดงควรติดตั้งไว้ในระดับที่สูงพ้นศีรษะเพื่อความสะดวกต่อการปฏิบัติงานของผู้เลี้ยง ในการให้น้ำ ให้อาหาร

แล้วก็มาถึงขั้นตอนการนำมดแดงมาปล่อยเลี้ยง เริ่มจากเสาะหามดแดงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ตามต้นไม้ใกล้บ้าน หรือตามแหล่งที่มีตามธรรมชาติ โดยยึดขนาดรังมดแดงเป็นหลัก แยกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

  1. มดแดงรังเล็ก ตามธรรมชาติมดแดงจะชอบสร้างรังเล็กๆ ในช่วงฤดูฝนมดแดงจะสร้างรังเล็กๆ อยู่ค่อนข้างต่ำ เมื่อพบรังมดแดงดังกล่าวให้ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดรังมดแดงบรรจุลงถุง หรือกระสอบปุ๋ย มัดปากให้แน่นเพื่อไม่ให้มดแดงไต่ออก แล้วนำไปเปิดปากถุงที่โคนไม้ที่เตรียมไว้ มดแดงจะไต่ขึ้นไปอาศัยบนต้นไม้และเตรียมทำรังต่อไป
  2. มดแดงรังใหญ่ มักอยู่ในที่สูง วิธีการนำรังมดแดงลงมาจากต้นไม้จึงลำบาก ควรใช้วิธีแหย่ โดยวิธีดั้งเดิมหรือวิธีประยุกต์ จะได้มดแดงมาปล่อยเลี้ยงตามต้องการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *